“7 เครื่องปรุงที่คนเป็นโรคไตควรหลีกเลี่ยง (และทางเลือกที่ดีกว่า)”
ทำไมผู้ป่วยโรคไตต้องระวัง “เครื่องปรุง”?
ในวัฒนธรรมการกินแบบไทย
“เครื่องปรุงรส” ไม่ใช่แค่สิ่งที่เพิ่มรสชาติให้อาหาร…แต่คือ “นิสัยในการกิน” ที่เราคุ้นชินมาตั้งแต่เด็ก
ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส หรือซุปก้อน
แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในเครื่องปรุงเหล่านี้ กลับอาจกลายเป็นภาระหนักสำหรับ “ไต” ที่อ่อนแอลง
🔍 เครื่องปรุง = แหล่งโซเดียมที่ไม่รู้ตัว
แม้จะไม่ได้ใส่เกลือเป็นเม็ด แต่รู้ไหมว่า
เครื่องปรุงที่ “รสชาติกลมกล่อม” ส่วนใหญ่มี โซเดียมแฝงอยู่สูงมาก
|
เครื่องปรุง |
โซเดียมโดยเฉลี่ยต่อ 1 ช้อนโต๊ะ |
|
น้ำปลา |
1,300 – 1,600 มก. |
| ซีอิ๊วขาว |
800 – 1,000 มก. |
|
ซุปก้อน |
1,200 – 1,800 มก. |
| น้ำจิ้มทั่วไป |
1,000+ มก. |
| ผงปรุงรส |
เฉลี่ย 40–60% เป็นโซเดียม |
👉 ในขณะที่ ผู้ป่วยโรคไต ควรจำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มก./วัน
(ตามแนวทางของ สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย)
การเติมเครื่องปรุงเพียง 1–2 ช้อนก็อาจทำให้เกินปริมาณที่เหมาะสมทันที
🧬 โรคไตกับเครื่องปรุง: ความเกี่ยวข้องที่หลายคนไม่ทันคิด
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease – CKD)
คือภาวะที่ไตทำหน้าที่กรองของเสียและเกลือแร่ได้น้อยลง
เมื่อเรากินอาหารที่มีโซเดียมสูงเป็นประจำ
ไตต้องทำงานหนักขึ้น → ควบคุมความดันได้ยากขึ้น → เสี่ยงไตเสื่อมเร็วขึ้น
ข้อมูลจาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า
คนไทยมีพฤติกรรมบริโภคโซเดียมมากเกินกว่าค่าแนะนำถึง 1.8 เท่า
โดยไม่รู้ตัว เพราะโซเดียมแฝงอยู่ในอาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุง และของหมักดองต่างๆ
💡 แล้วจะต้องเลิกกินอาหารไทยไหม?
อาหารไทยยังคงเป็นมื้อโปรดของผู้ป่วยโรคไตได้
หากรู้จัก “ปรับเครื่องปรุง” และเลือกใช้ทางเลือกที่ดีกว่า
เช่น การใช้รสเปรี้ยว เผ็ด หอมจากสมุนไพรแทนรสเค็มจัด
หรือเลือกใช้ เครื่องปรุงสูตรโซเดียมต่ำ ไม่มีผงชูรส และปลอดสารกันเสีย
ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ
7 เครื่องปรุงยอดนิยมที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ป่วยไต
พร้อมด้วย ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
1️⃣ น้ำปลา – แหล่งโซเดียมแบบซ่อนตัว
- โซเดียมเฉลี่ย: 1,300 – 1,600 มก./ช้อนโต๊ะ
- ปัญหา: โซเดียมสูงมาก ทำให้ไตทำงานหนัก
- ผลกระทบ: เสี่ยงความดันโลหิตสูง บวมน้ำ และภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
✅ ทางเลือกที่ดีกว่า:
- ใช้ “น้ำส้มสายชูหมักผลไม้” ผสมมะนาวและสมุนไพร
- หรือ ซอสปรุงรสสูตร Low Sodium ที่มีโซเดียมต่ำกว่า 300 มก./ช้อน
- หรือเลือกใช้ ซอสอ่อนรส จาก NIZE ที่พัฒนามาสำหรับผู้ควบคุมโซเดียม
2️⃣ ซีอิ๊วขาว – เค็มจัดแฝงน้ำตาล
- โซเดียมเฉลี่ย: 900 – 1,100 มก./ช้อนโต๊ะ
- ปัญหา: แม้จะมีรส “หวานกลม” แต่โซเดียมยังสูง และมักใส่น้ำตาล
- ผลกระทบ: เพิ่มโซเดียมสะสมโดยไม่รู้ตัว
✅ ทางเลือกที่ดีกว่า:
- ใช้ซีอิ๊ว Low Sodium (เช็กฉลาก)
- ใช้ซอสอเนกประสงค์ที่พัฒนาสำหรับผู้ป่วย เช่นของ NIZE
- ผสมน้ำซุปสมุนไพรเบาๆ แทนการราดซีอิ๊ว
3️⃣ ซุปก้อน / ผงปรุงรส – ของต้องห้ามแบบไม่รู้ตัว
- โซเดียมเฉลี่ย: 1,200 – 1,800 มก./ก้อน
- ปัญหา: มีทั้งโซเดียม ผงชูรส และฟอสเฟต (ฟอสฟอรัส)
- ผลกระทบ: ฟอสเฟตทำให้เกิดอาการคัน ผิวแห้ง กระดูกพรุน
✅ ทางเลือกที่ดีกว่า:
- ทำ “น้ำซุปผักสด” ต้มเอง เช่น ข่า ตะไคร้ หอมแดง
- ใช้ ผงปรุงรสสูตรไม่มีฟอสเฟต ไม่มีผงชูรส เช่น สูตรกลมกล่อมของ NIZE
4️⃣ น้ำจิ้มสำเร็จรูป – เค็มจัด หวานจัด
- โซเดียมเฉลี่ย: 1,000 – 1,400 มก./ช้อนโต๊ะ
- ปัญหา: มักใส่น้ำตาลสูง + โซเดียมแฝงในซอสต่างๆ
- ผลกระทบ: กระตุ้นความดัน น้ำหนักขึ้น และภาวะบวมน้ำ
✅ ทางเลือกที่ดีกว่า:
- ทำน้ำจิ้มเองจากมะนาว ขิง ข่า และพริกสด
- หรือน้ำจิ้มแจ่วสูตรอ่อนของ NIZE (ไม่มีผงชูรสและหวานน้อย)
5️⃣ ซอสหอยนางรม – รสกลมที่กลายเป็นดาบสองคม
- โซเดียมเฉลี่ย: 700 – 1,000 มก./ช้อนโต๊ะ
- ปัญหา: ใส่น้ำตาลสูง และมีฟอสฟอรัสจากหอย
- ผลกระทบ: เพิ่มภาระงานของไต + เสี่ยงระดับฟอสเฟตในเลือดสูง
✅ ทางเลือกที่ดีกว่า:
- ใช้ซอสเห็ด Low Sodium
- หรือใช้ ซอสอเนกประสงค์ของ NIZE ที่ไม่มีฟอสเฟต
6️⃣ น้ำพริกถ้วยจิ๋ว – รสเข้มข้นแต่เข้มโซเดียม
- โซเดียมเฉลี่ย: 1,000 – 1,800 มก./ถ้วยเล็ก
- ปัญหา: ปรุงจากน้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ และของหมักดอง
- ผลกระทบ: ทำให้ระดับโซเดียมในเลือดพุ่ง ไม่รู้ตัว
✅ ทางเลือกที่ดีกว่า:
- ทำ “น้ำพริกสมุนไพรสด” แบบไม่ปรุงรสเค็ม เช่น น้ำพริกข่า
- เลือกใช้ น้ำจิ้มแจ่วสูตรเบา แทนเมื่ออยากได้ความเผ็ดหอม
7️⃣ ผงชูรส – ตัวเพิ่มรสที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
- ปัญหา: มีโซเดียมกลูตาเมต แม้ไม่เค็มแต่เพิ่มภาระไต
- ผลกระทบ: กระตุ้นต่อมรับรสให้ติดรสเข้ม
- ผลในระยะยาว: ยิ่งใช้บ่อย ยิ่งติดเค็ม ไม่รู้ตัว
✅ ทางเลือกที่ดีกว่า:
- ใช้กลิ่นหอมจากพริกขี้หนู ขิง ตะไคร้ หรือกระเทียมเจียว
- ผงปรุง NIZE ทุกสูตร ไม่มีผงชูรส และช่วยลดพฤติกรรมติดรสจัด
ปรุงให้อร่อยแบบ Low Sodium – เคล็ดลับการปรับในครัวแบบมือโปร
ผู้ป่วยโรคไตหลายคนที่เริ่มต้นปรับอาหารใหม่
มักเจอปัญหาแบบเดียวกันว่า…
“อาหารจืดจนกินไม่ไหว”
หรือ “พอปรุงให้อร่อย…ก็เค็มเกินไปอีก”
คำตอบของคือ — เราไม่จำเป็นต้องเลือก “อร่อยหรือสุขภาพ”
ถ้าเรารู้เทคนิคเล็กๆ ที่ช่วยให้ ลดโซเดียมได้ โดยยังคงรสชาติ
🌶️ 1. ดึงรสชาติจาก “เผ็ด เปรี้ยว หอม” แทนเค็ม
สมุนไพรไทยมีรสชาติที่ช่วย “กลบความจืด” ได้อย่างดี
โดยไม่ต้องง้อเครื่องปรุงเค็มเลยค่ะ
- เปรี้ยว: มะนาว, น้ำส้มสายชูหมัก, มะขามเปียก
- เผ็ด: พริกขี้หนูสด, ขิง, ข่า, พริกไทยอ่อน
- หอม: กระเทียม, หอมแดงเจียว, ใบมะกรูดฉีก
📌 เคล็ดลับ:
ผัดขิงหรือกระเทียมกับน้ำมันรำข้าวเล็กน้อย → กลิ่นหอมจะช่วยให้รู้สึก “อร่อยขึ้น”
โดยไม่ต้องเติมซอสอะไรเลย
🍋 2. ใช้ “น้ำซุปจากสมุนไพร” แทนน้ำซุปก้อน
น้ำซุปคือหัวใจของเมนูต้ม ตุ๋น และแกงไทย
แต่ถ้าเราเลี่ยงซุปก้อน (ที่มีทั้งโซเดียมและผงชูรสสูง)
สามารถใช้ทางเลือกธรรมชาติได้ง่ายๆ เช่น
- ข่า + ตะไคร้ + ใบมะกรูด + หอมแดงต้มรวมกัน
- ต้มน้ำกับกระดูกไก่ลอกหนัง แล้วกรองเอาแต่น้ำ
- เติมเห็ดหอมแห้งเพิ่มกลิ่น “กลมกล่อมธรรมชาติ”
💡 ซีแนะนำให้ต้มเก็บไว้เป็น “น้ำซุปพื้นฐาน” ใส่ขวดแช่เย็น ใช้ต่อได้ 2–3 วัน
🍚 3. เลือกใช้ “เครื่องปรุงสูตรดูแลไต” ที่ออกแบบมาแล้ว
ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่พัฒนาเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ
เช่น ลดโซเดียม ไม่มีผงชูรส ไม่มีฟอสฟอรัสเติม
✨ NIZE ก็เป็นหนึ่งในนั้น
และเพื่อความสะดวก ทีมโภชนาการของ NIZE ได้จัด
“เซตโรคไต” ที่เลือกสูตรที่ปลอดภัยที่สุดและใช้ง่าย
เพื่อให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลไม่ต้องเดาเองว่า “อันไหนกินได้ อันไหนไม่ได้”
🧠 4. ปรับรส “น้อยลงทีละนิด” ให้ลิ้นเริ่มชิน
การเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ต้องใช้เวลาและความเข้าใจ
วิธีที่ได้ผลจริงคือ ลดรสเค็มลงทีละขั้น เช่น:
- จากน้ำปลาปกติ → เปลี่ยนเป็นสูตรลดเค็ม → ค่อยเปลี่ยนเป็นมะนาว
- จากผงปรุง → เปลี่ยนเป็นสมุนไพร → ลองสูตร NIZE ที่ไม่มีผงชูรส
หลังจาก 2–4 สัปดาห์ ลิ้นของเราจะปรับตัวได้เอง
และพบว่า “อร่อยแบบอ่อนรส” ก็กลายเป็นรสโปรดได้เหมือนกัน
🧂 5. ใช้การปรุง “ตอนจบ” แทน “ตอนต้น”
การเติมเครื่องปรุงตอนผัดหรือต้ม มักใช้เยอะโดยไม่รู้ตัว
ลองเปลี่ยนมาเติมตอนท้าย…หรือเสิร์ฟแยกเป็น “น้ำจิ้มเบาๆ” แทน
จะควบคุมปริมาณโซเดียมได้ดีกว่ามาก
7 ทางเลือกเครื่องปรุงที่ดีกว่าสำหรับคนเป็นโรคไต– อร่อย ปลอดภัย ไม่เสี่ยงไต
ไม่ต้องตัดขาดจากรสชาติไทย
เพียงเลือกเครื่องปรุงที่ใช่ ร่างกายก็สบาย…ไตก็ไม่เหนื่อย
และนี่คือ “7 ทางเลือกที่ดีกว่า” สำหรับคนที่ต้องใส่ใจเรื่องไต
1️⃣ น้ำส้มสายชูหมักผลไม้ + มะนาวสด
แทน: น้ำปลา
✅ ให้ความเปรี้ยวแบบละมุนโดยไม่เพิ่มโซเดียม
✅ ช่วยกระตุ้นรสชาติอาหารให้สดชื่น
✅ ใช้ในเมนู: ยำเต้าหู้ ผัดเปรี้ยวหวาน ซุปใส
📌 เคล็ดลับ: ผสมกับพริกขี้หนูตำ = น้ำจิ้มเบาๆ แบบไทยๆ
2️⃣ ซีอิ๊วสูตร Low Sodium หรือ “ซอสกลมกล่อม NIZE”
แทน: ซีอิ๊วขาวทั่วไป
✅ ลดโซเดียมลงกว่า 60%
✅ ไม่มีผงชูรส ไม่มีวัตถุกันเสีย
✅ รสกลมกล่อม เค็มพอดีแต่ไม่จัด
📌 เหมาะสำหรับ: คนที่เพิ่งเริ่มลดเค็ม
3️⃣ น้ำซุปผักและสมุนไพร
แทน: ซุปก้อน / ผงปรุงรส
✅ ได้รสธรรมชาติจากข่า ตะไคร้ หอมแดง
✅ ไม่มีโซเดียมแฝง
✅ ต้มเองเก็บในตู้เย็นได้ 2–3 วัน
📌 เพิ่มเห็ดหอมต้ม = กลิ่นอูมามิธรรมชาติ
4️⃣ น้ำจิ้มแจ่วสูตร Low Sodium จาก NIZE
แทน: น้ำจิ้มทั่วไป / น้ำพริก
✅ เผ็ดหอม แต่ไม่เค็มโดด
✅ ไม่มีผงชูรส และน้ำตาลไม่สูง
✅ เหมาะสำหรับใช้คลุกกับลาบเห็ด ยำเต้าหู้ หรือน้ำจิ้มผักนึ่ง
📌 ลองผสมมะนาวสด + ข้าวคั่ว = ยิ่งหอม
5️⃣ ซอสเห็ดสูตรไม่หวาน / ซอสอเนกประสงค์ของ NIZE
แทน: ซอสหอยนางรม
✅ ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ทะเล (ฟอสฟอรัสต่ำ)
✅ ปรุงรสด้วยเห็ดหอมธรรมชาติ
✅ ใช้น้อยก็ได้รสกลมกล่อม
📌 ผัดผัก เต้าหู้ หรือคลุกข้าวยังได้
6️⃣ น้ำพริกสมุนไพรทำเอง
แทน: น้ำพริกสำเร็จ
✅ ควบคุมส่วนผสมได้เอง
✅ ใช้สมุนไพรไทย เช่น ขิง ข่า พริกแห้ง
✅ ไม่ใส่เกลือ / น้ำปลา
📌 แนะนำ: น้ำพริกขิงผัดเต้าหู้ / น้ำพริกเห็ดหอม
7️⃣ กลิ่นหอมจาก “การคั่วเครื่องเทศ”
แทน: ผงชูรส
✅ พริกคั่ว ข้าวคั่ว หอมเจียว พริกไทยดำ
✅ สร้างกลิ่นหอมธรรมชาติแบบไทยแท้
✅ ช่วยให้รู้สึก “อร่อย” โดยไม่ต้องเพิ่มรสจัด
📌 ใช้กับเมนูยำ ลาบ แกง หรือข้าวผัดได้ดีมาก
กินอร่อยแบบเบาไต
แม้การควบคุมอาหารของผู้ป่วยโรคไตจะดูเป็นเรื่อง “เคร่งครัด”
แต่หากมีความเข้าใจอย่างถูกต้อง
รู้จักอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง และเครื่องปรุงที่ควรเลือก
ก็จะทำให้ชีวิตประจำวันยังคง “มีความสุขกับมื้ออาหาร” ได้ไม่แพ้ใคร
เครื่องปรุงรส ไม่จำเป็นต้องตัดขาด
แต่ขอเพียง “เลือกให้เหมาะสม” และ “ใช้ให้พอดี”
เราก็สามารถทำให้อาหารไทยยังอร่อยและเป็นมิตรกับไตไปพร้อมๆ กัน
✅ สรุปเทคนิคที่สำคัญ:
- หลีกเลี่ยงเครื่องปรุงที่มีโซเดียมสูง เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซุปก้อน
- เปลี่ยนมาใช้เครื่องปรุงรสสูตร Low Sodium และไม่มีผงชูรส
- ใช้รสเปรี้ยว หอม เผ็ด จากสมุนไพรไทยแทนรสเค็มจัด
- ทำอาหารด้วยวิธีต้ม นึ่ง ย่างแทนทอด
- เลือกอาหารสด แทนอาหารหมักดองหรือแปรรูป
- ปรึกษานักกำหนดอาหารหากไม่มั่นใจเรื่องโภชนาการในแต่ละระยะของ CKD
💛 อยากเริ่มง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก?
NIZE มีเซตเครื่องปรุงสำหรับผู้ป่วยโรคไต
ที่คัดเฉพาะสูตรปลอดภัย ไม่มีผงชูรส ลดโซเดียม
และใช้สมุนไพรธรรมชาติเป็นหลัก
เพื่อให้ “ทุกมื้อ” กลับมาอร่อย…โดยไม่ต้องเสี่ยง
สามารถดูรายละเอียดหรือสั่งซื้อได้ที่:👉 www.nizeseasonings.com/shop
Nize Seasonings ผงปรุงรสคลีน 100% เพื่อคนรักสุขภาพ
“เจ้าแรกในไทย”
HAVE A NIZE LIFE, HAVE A NIZE MEAL, FOR ALL THE DISHES YOU LOVE
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
https://www.anamai.moph.go.th - สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย
https://www.nephrothai.org - Eatwellconcept – 100 เมนูสำหรับผู้ป่วยโรคไต
https://eatwellconcept.com/2023/12/25/100-menu-for-kidney-disease/ - โรงพยาบาลพระราม 9
https://www.praram9.com/food-for-ckd-patients/ - มูลนิธิหมอชาวบ้าน
https://www.doctor.or.th/ - Vimut Hospital
https://www.vimut.com/article/food-for-kidney-disease-patients

สินค้าทั้งหมด
ผงปรุงรสคลีน
น้ำพริกคลีน
เครื่องปรุงแบบขวด
เมนูอาหารคลีน
เมนูอาหารคีโตเจนิค
วิดีโอ เมนูอาหาร
